สำหรับเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ
เรื่องมีอยู่ว่า "ลูกพี่" ผมเนี่ยซึ่งเป็น HR Manager เนี่ย แกเป็นคนชอบพระเครื่องมาก และผมก็เป็นเหมือนกันคือชอบพระเครื่องมาก ซึ่ง Office HR ของแกจะเต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ มากมายเกือบประมาณ 20 องค์ได้ ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโต พลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดเขาตะเครา หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโต พระสิวลี พระพุทธชินราช สมเด็จพระเจ้าตากสิน สมเด็จพระนเรศวร หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน หลวงปู่ทวด สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เศียรพ่อแก่ และพระเครื่องอีกมากมาย นี่ยังไม่รวมผ้ายันต์อีกประมาณเกือบ 20 ผืน นะเนี่ย ซึ่งตอนแรกๆ ที่แกเข้ามาเริ่มงานก็ไม่มีใครรู้หรอก แต่ว่าแกชอบชวนคุยเรื่องพระ และชอบชวนไปทำบุญคุยไปคุยมาก็เลยถูกคอกัน (ผมเริ่มงานที่นี่ก่อนแก ผมเริ่มจากเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นี่แหละ) ถ้าชวนไปไหว้พระหรือทำบุญไม่เคยเกี่ยงเลย ไปไหนไปกัน และถ้าคุยกับแกนะ อยากรู้ประวัติพระองค์ไหนถามแกได้เลยสุดยอดเลยล่ะ
อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่ รายการหนึ่งได้นำเสนอเกี่ยวกับ "กุมารทอง" ของหลวงพ่อรูปหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม หลวงจากนั้นแกก็เกิดอยากจะได้ "กุมารทอง" ขึ้นมา ซึ่งผมกับลูกพี่จะมีเว็บๆ นึงที่เข้าเป็นประจำเพื่อประมูลพระครื่อง และแกก็บอกว่าได้ "บูชากุมารทอง" มาตนนึง ของหลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซวยแล้วไง ก็แถวนั้นของเค้าแรงจะตาย วันแรกที่ "กุมารทอง" ตนนั้นมาถึงยังไม่มีใครรู้เลย เพราะว่าจัดส่งมาในกล่องพัสดุ พอแกแกะออกมาถึงจะรู้ ว่าขณะนี้ได้มีสมาชิกใหม่ได้เข้ามาอยู่ที่ Office เราแล้ว
หลังจากนั้นในวันพฤหัสบดี แกก็เริ่มทำพิธี "เรียกกุมารทอง" เพราะวันพฤหัสบดีเป็น "วันครู" ที่เราจะรู้กันดี ธูป 9 ดอก ขนม ของคาวหวาน น้ำแดง สารพัด และก็ได้ตั้งชื่อว่า "ร่ำรวย" (คนละร่ำรวยของพี่โน้ตเค้านะ) จากนั้นแกก็พา "พี่ร่ำรวย" ไปหาศาลพระพรหมเพื่อขอให้เจ้าที่เจ้าทางเปิดทางให้ "พี่ร่ำรวย" เข้ามาได้ และแกก็กลับมาที่ห้องช่วยนั้นประมาณ 11 โมงได้ ทุกคนก็ทำงานตามปกติ
แต่พอเวลาประมาณ บ่าย 2 โมง ซึ่งผม เพื่อนผม และพี่ที่ทำงาน ก็คุยงานกันอยู่ ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานซึ่งไม่ไกลกันมาก ส่วนมลนั่งอยู่ติดกับประตู ทันใดนั้นเอง เพื่อนซึ่งเป็นผู้หญิงก็นั่งเงียบซะงั้น
" มล เป็นอะไร ทำไมนั่งเงียบ " - Forjuner
" เมื่อกี้มีใครทำอะไรหรือเปล่า " - มล (เพื่อนผม)
" ไม่มีนี่ ทำไมเหรอ " - พี่เบส (พี่ที่ทำงาน)
" เมื่อกี้นี้ มล ได้ยินเสียงเคาะประตู ไม่มีใครได้ยินจริงๆ เหรอ " - มล (เพื่อนผม)
" ซวยแล้วไง แสดงว่า "พี่ร่ำรวย" มาถึงแล้วเดะ " - Forjuner
" ดีนะที่เค้าเคาะประตูก่อนเข้าอ่ะ แสดงว่าเค้าอ่านหนังสือออก " - พี่เบส (พี่ที่ทำงาน) เพราะที่ Office เราแปะป้ายไว้ว่า "กรุณาเคาะประตูก่อนเปิด"
ทันใดนั้นผมก็พูดออกแนวหยิกแกมหยอก
" ผมว่าพี่ไม่ได้ขอ พระในห้องพี่ก่อนแน่เลย "พี่ร่ำรวย" เค้าเลยเข้าไม่ได้งะ เค้าก็เลยเคาะเรียกไง " - Forjuner
" เอ้อ...ใช่ ลืมไปเลย " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
จากนั้นแกก็พนมมือขึ้นและก็พึมพัมๆ อยู่แป๊บนึง จากนั้นแกก็เดินมาที่ประตู และก็เปิดประตู
" เอ้า "ร่ำรวย" เข้ามาได้แล้ว โทษทีๆ เมื่อกี้ลืมขอพระในห้องให้ ไม่โกรธกันนะ " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
เอาแล้ว "ลูกพี่" ผมเริ่มจินตนาการเห็นเป็นตัวตนแล้วไง และแต่ละคนก็ขำๆ กัน
จากนั้นวันที่ 13 ต.ค. 2552 ผมก็นั่งทำงานอยู่กับพี่เบส (พี่ที่ทำงาน) ซึ่ง "ลูกพี่" ผมเขาไปดื่มกาแฟที่ Lobby Bar จู่ๆ ก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องโทรศัพท์ประจำ Office
" จูน คุณวิชิด (ลูกพี่) อยู่ไหม " - Executive Housekeeping
" ไม่อยู่ครับ คุณวิชิด (ลูกพี่) อยู่ Lobby Bar ครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ " - Forjuner
" ถ้างั้นฝากแจ้ง คุณวิชิด (ลูกพี่) ด้วยว่าลูกค้าซึ่งเป็นชาวฮ่องกง ลืมของไว้ที่ห้องพัก แต่ตอนนี้ลูกค้ากลับประเทศไปแล้ว รบกวนให้คุณวิชิด ขึ้นไปดูด้วย " - Executive Housekeeping
" ได้ครับ ผมจะโทรแจ้งคุณวิชิด (ลูกพี่) ให้ครับ " - Forjuner
จากนั้นผมก็โทรหา "ลูกพี่" ผมทันที บอถึงเรื่องดังกล่าวที่ได้คุยกับ Executive Housekeeping ไม่นานหลังจากนั้น "ลูกพี่" ผมก็กลับมาที่ Office HR พร้อมกับถุงกระดาษ 1 ถุง
" ลูกค้าลืมของไว้เหรอพี่ " - Forjuner
" อื้ม ลืมของไว้ ลองดูซิ เค้าให้เอามาให้เราเก็บไว้ " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
หลังจาก "ลูกพี่" ผมยื่นถุงใบนั้นให้ ผมกับพี่ที่ทำงานอีกคนก็ช่วยกันเปิดดู พบห่อกระดาษ ขนาดประมาณ ยาว 30 ซม. กว้างประมาณ 5 ซม. ได้ หลังจากเปิดออกดูก็เลยรู้ว่าทำไมถึงให้ "ลูกพี่" (คุณวิชิด) ผมเป็นคนขึ้นไปดู
ด้านในของกระดาษนั้นพบเป็นตุ๊กตาไม้ แกะสลักเป็นรูปเด็ก คล้ายกุมารทอง ลงรักปิดทอง เรียบร้อย ครั้งแรกที่เห็นมีความรู้สึก "มึนๆ และขนลุก" ทันที และรู้ได้เลยว่า "ของแท้" ปัญหามันอยู่ที่ว่ามี 5 ห่อ เป็นตนเดียว 3 ห่อ เป็นคู่ 2 ห่อ ก็ทั้งหมด 7 ตน โอ้โห...อารายวะยังไม่ทันตั้งตัวเลยมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 7 ตนเลยวุ้ย...
" ลูกค้าเป็นชาวฮ่องกง สงสัยว่าเค้าจะลืมเอากลับไปด้วย ก็เลยอยู่ที่ห้อง " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
" โอ้โห...เข้าใจลืมจริง แล้วเขาจะไม่มาวิ่งเล่นที่ห้องเราเรอะ แค่นี้ห้องก็เล็กพอละนะ ให้เค้านั่งไหนละพี่ " - Forjuner
" เหอๆ ก็เค้าฝากเราไว้นี่ ก็ช่วยๆ เค้าละกัน " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
" แล้วทำงานอ่ะ ยังไม่ได้ขอเจ้าที่เจ้าทางเลย พระในห้องพี่อีก " - Forjuner ความกังวลเริ่มมาละ
" ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวลูกค้าก็คงจะมารับกลับไป " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
" เค้ากลับประเทศไปแล้วไม่ใช่เรอะ เค้าคงจะบินกลับประเทศไทย เพื่อมารับหรอก งั้นเราเอาฝากไว้ที่ศาลพระพรหมไหมล่ะ " - Forjuner
" ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวหาย ไว้ที่ห้องเรานี่แหละ " - ลูกพี่ผม (คุณวิชิด)
โอเคในเมื่อจะให้อยู่ที่ห้องนี้ก็คงต้องหาที่อยู่ให้ ด้วยความที่ Office เล็กพอสมควร อีกทั้งห้องนึงเป็นของ "ลูกพี่" ผมซึ่งเต็มไปด้วยพระแล้วจะไว้ในนั้นก็ไม่ได้ เพราะว่า "พี่ร่ำรวย" เค้าอยู่แล้ว ไอเราก็กลัวจะทะเลาะกัน ที่ก็ไม่มีให้วาง พี่ที่ทำงานผมก็ไปเจอที่ที่นึงที่พอจะวางได้ เค้าก็บอกว่า "ไว้ตรงนี้แหละ พอดีเลย" ผมจะไม่เดือดร้อนเลยถ้าตรงที่พี่วางมันอยู่บนหัวผมพอดีเลย - -"
ผมยังสงสัยว่าแล้วพนักงานเรารู้ได้ไงวะ ว่ามี "กุมารทอง" อยู่ที่นั่น ผมจึงได้ไปสอบถามกับ Roommaid แต่ละ Floor ได้ใจความว่า หลังจากลูกค้าชาวฮ่องกงกลับไป Roommaid จึงเข้าไปตรวจห้อง และพบกับถุงดังกล่าว จึงเก็บไว้ใน Offic HK (แม่บ้าน) แต่ด้วยช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม พนักงานหญิง ที่มีลูกจึงพาลูกมาด้วย เพราะไม่มีคนดูแลอยู่ที่ห้อง
ขณะนั้น ลูกของพนักงาน ได้อยู่ที่ Office HK (แม่บ้าน) เพียงลำพัง แต่ Roommaid และ Clerk ได้ยินเสียงเด็กคุยกัน และได้ยินฟังซักพัก จึงตัดสินใจเข้าไปดู พบเพียงแค่ ลูกของพนักงานคนเดียวเท่านั้น จึงถามว่าคุยกับใคร ลูกของพนักงานตอบว่าคุยกับเพื่อน Roommaid จึงเปิดดูจึงพบห่อกระดาษและเปิดดูจึงเจอเห็นลักษณะดังกล่าว
โอ้โห...ผมก็นึกเลยว่าแล้วตอนผมทำงานเค้าจะมาชวนผมคุยไหมวะเนี่ย ก็เลยกลับมา Office เพื่อกินเค้ก
พอมาวันนี้
" จูน เดี๋ยววันนี้พี่จะออกไปซื้อน้ำแดงนะ เอามาถวาย "กุมารทอง" ซะหน่อย " - พี่เบส (พี่ที่ทำงาน)
ผมเริ่มเอะใจละ ว่าทำไมจู่ๆ แกเกิดอยากจะไหว้ขึ้นมา เพราะว่าแกนับถือศาสนาคริส
" ทำไมล่ะพี่ 100 วัน 1,000 ปี ไม่เคยไหว้ " - Forjuner
" ก็เมื่อวานตอนกินเค้กกัน ตอนชิ้นสุดท้าย ลูกของพนักงานคนนั้นมายืนอยู่หน้าห้อง และก็ยืนชะเง้อมองมาเข้ามาในห้อง และทำตามองกวาดสายตาไปทั่วๆ พี่ก็เลยคิดว่ามันคงจะเห็นแหละ " - พี่เบส (พี่ที่ทำงาน)
" งั้นก็จัดไปเลยพี่ เด๋วผมสมทบขนมอีก 2 ห่อ รวมของ "พี่ร่ำรวย" ด้วย "- Forjuner
" มิน่าล่ะ " - มล (เพื่อนผม)
" อะไรอีกอ่ะ " - Forjuner
" ก็เมื่อคืน มล ฝันว่า คุณวิชิด สั่งให้หาคนเข้ามาทำงาน ขออายุประมาณ 1 ปี 8 เดือน ก็เลยรู้เลย งั้น มล สมทบด้วย ยาคูล 2 ขวด ละกันนะ " - มล (เพื่อนผม)
อะไรมันจะประจวบเหมาะกันขนาดนั้น ซึ่งแฟนผมก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนผมเอา "กุมารทอง" มาไว้ที่ร้านตนนึงเหมือนกัน และความคิดผมก็อยากจะพา "กุมารทอง" กลับบ้านเหมือนกัน ตนนึง แต่ก็คงได้แต่ภาวนาแหละ เพราะจะนำทรัพย์สินของลูกค้าออกไปไม่ได้ จนกว่าจะเลยกำหนด 6 เดือน